ชายสองคน คนหนึ่งพูดความจริงเสมอ อีกคนหนึ่งพูดแต่เรื่องโกหก เดินทางไปด้วยกันและหลงเข้าไปในอาณาจักรลิง ที่นั่นลิงตัวหนึ่งยกตัวเองขึ้นเป็นพระราชาเหนือลิงทั้งปวง พระราชาลิงสั่งให้นักเดินทางทั้งสองคนมาเข้าเฝ้าท่ามกลางฝูงลิงข้าราชบริพารที่นั่งเรียงเป็นแถวเหมือนราชธรรมเนียมของมนุษย์
เมื่อชายทั้งสองมาอยู่ต่อหน้า พระราชาลิงได้ถามว่า "เจ้าทั้งสองเห็นข้าเป็นพระราชาเช่นไร?" ชายผู้โกหกตอบว่า "พระองค์คือราชาผู้ยิ่งใหญ่" พระราชาลิงถามต่อว่า "แล้วเหล่าข้าราชบริพารรอบตัวข้าหละ เจ้าเห็นเป็นเช่นใด?" เขาตอบว่า "เหล่าข้าราชบริพารของพระองค์ล้วนมีสง่าราศีทัดเทียมราชฑูตแลขุนพล คู่ควรกับพระองค์มาก"
พระราชาลิงและข้าราชบริพารพอใจในคำตอบของชายโกหก จึงสั่งตบรางวัลให้เขาอย่างงาม
ชายผู้รักสัจจะนึกในใจว่า "หากแม้แค่คำโกหกยังได้รางวัลลาภสรรเสริญมากขนาดนี้ ความจริงจากปากของข้าต้องได้รางวัลเป็นทรัพย์มหาศาลแน่นอน" ดังนั้นเมื่อพระราชาลิงหันมาถามเขา เขาจึงตอบไปตามจริงว่า "ท่านคือลิงที่ยอดเยี่ยม ข้าราชบริพารแวดล้อมท่านก็เป็นลิงที่ดี"
เมื่อได้ยินความจริงจากปากชายผู้สัตย์ซื่อ พระราชาลิงกริ้วจัด ตวาดสั่งให้ลูกน้องฝูงลิงเข้ารุมกัดทึ้งชายผู้นั้นจนถึงแก่ความตาย
แปลจากนิทานอีสป THE APES AND THE TWO TRAVELLERS
15 June, 2012
10 April, 2012
คำตอบง่ายๆ
มีวันหนึ่ง น้องผมถามแม่ว่า "ทำไมถึงได้เชียร์ยิ่งลักษณ์ แต่ด่าอภิสิทธิ์ อย่างนี้สองมาตรฐานนี่หน่า?" (แม่ผมโปรทักษิณ-ยิ่งลักษณ์มาก ใครแตะมีเรื่อง)
แม่ผมตอบสวน "ก็ยิ่งลักษณ์มันชนะเลือกตั้งมา ไม่เหมือนไอ้อภิสิทธิ์ที่หน้าด้านไปแย่งตำแหน่งนายกฯ ของคนอื่น"
คำตอบแม่ง่ายจนผมอึ้งเลย
คำตอบง่ายๆ แค่นี้แหละ น้องผมซึ่งปกติก็ไม่ค่อยฉลาดนักอยู่แล้วเลยดูโง่ลงไปอีก 2 ขั้น โง่ที่ถามคำถามนี้ออกมา
คำตอบง่ายๆ แค่นี้แหละ สลิ่ม+ปชป. ก็ยังคงไม่เข้าใจตราบจนถึงทุกวันนี้
จะให้เอานายกฯ ที่ได้รับประชามติจากเสียงส่วนใหญ่ ชนะการเลือกตั้งอย่างชอบธรรม ไปเทียบกับโจรวิ่งราวที่ปล้นอำนาจไปจากมือประชาชนได้อย่างไร
ยิ่งหาเรื่องจิกกัดด่าทักษิณ ด่ายิ่งลักษณ์ เท่าไร คุณค่าของอภิสิทธิ์และพรรค ปชป. ในสายตาประชาชนก็ยิ่งกลายเป็นสวะต่ำชั้นมากขึ้นเท่านั้น
เชิญพวกสลิ่มหาเรื่องด่ายิ่งลักษณ์ต่อไปเถอะ ด่าไปอีก 100 ปีก็ไม่ช่วยให้ ปชป. ชนะเลือกตั้งหรอก ระวังเหอะ ดีไม่ดี ตำแหน่ง "ผู้นำฝ่ายค้าน" ก็อาจจะไม่เหลือ
แม่ผมตอบสวน "ก็ยิ่งลักษณ์มันชนะเลือกตั้งมา ไม่เหมือนไอ้อภิสิทธิ์ที่หน้าด้านไปแย่งตำแหน่งนายกฯ ของคนอื่น"
คำตอบแม่ง่ายจนผมอึ้งเลย
คำตอบง่ายๆ แค่นี้แหละ น้องผมซึ่งปกติก็ไม่ค่อยฉลาดนักอยู่แล้วเลยดูโง่ลงไปอีก 2 ขั้น โง่ที่ถามคำถามนี้ออกมา
คำตอบง่ายๆ แค่นี้แหละ สลิ่ม+ปชป. ก็ยังคงไม่เข้าใจตราบจนถึงทุกวันนี้
จะให้เอานายกฯ ที่ได้รับประชามติจากเสียงส่วนใหญ่ ชนะการเลือกตั้งอย่างชอบธรรม ไปเทียบกับโจรวิ่งราวที่ปล้นอำนาจไปจากมือประชาชนได้อย่างไร
ยิ่งหาเรื่องจิกกัดด่าทักษิณ ด่ายิ่งลักษณ์ เท่าไร คุณค่าของอภิสิทธิ์และพรรค ปชป. ในสายตาประชาชนก็ยิ่งกลายเป็นสวะต่ำชั้นมากขึ้นเท่านั้น
เชิญพวกสลิ่มหาเรื่องด่ายิ่งลักษณ์ต่อไปเถอะ ด่าไปอีก 100 ปีก็ไม่ช่วยให้ ปชป. ชนะเลือกตั้งหรอก ระวังเหอะ ดีไม่ดี ตำแหน่ง "ผู้นำฝ่ายค้าน" ก็อาจจะไม่เหลือ
19 March, 2012
ศาสนาไม่ผิดจริงหรือ?
ศาสนาไม่ผิดจริงหรือ? มันเป็นแค่ความผิดของคนคลั่งศาสนาเท่านั้นหรือ?
ไม่ใช่มั้ง :)
เอาอคติที่คิดว่า "ศาสนาเป็นของดีโดยธรรมชาติ" ออกไปก่อน เราอาจจะเห็นความจริงมากกว่าจากมุมมองที่เราเห็นอยู่ตอนนี้
มันไม่ใช่ว่าผมมีอคติต่อต้านศาสนา แต่มันเป็นเพราะอคติที่คุณนับถือศาสนาทำให้คุณมองเห็นว่าศาสนาเป็นของดีและบริสุทธิ์ด้วยในฐานะของ Foundation of Morality การวิเคราะห์ใดๆ ที่ challenge ศาสนาในแง่นี จึงถือว่าผิดหมด
พอมีปัญหา clash กับศาสนาทีไร ทำไมเราต้องอ้างเลี่ยงไปตำหนิว่าเป็นความไม่เข้าใจศาสนาอย่างถ่องแท้และ individual aggression ด้วย
ถ้าหากว่าตัวศาสนาในสถานะสถาบันเองมี defect ของมันเองหละ? ถ้าเราแยกศาสนาออกจาก Morality landscape หละ? เหมือนอย่างที่ครั้งหนึ่งเราแยกศาสนาออกจากการอธิบายธรรมชาติ จะเกิดอะไรขึ้น?
ไม่ใช่ bias และ predisposition ที่เราวางไว้ในศาสนาเองหรือที่มันขัดกับหลักเหตุผลและความกระหายในความรู้อันเป็นพื้นฐานแห่งความเป็นมนุษย์?
การไปไล่จิกด่าพระบางรูป คนคลั่งศาสนาบางคน หรือไปตามติดจับคำผิดพระเซเล็บ มันไม่ช่วยแก้ปัญหาหรอก
คำถามที่แท้จริง คือ "สถานะของศาสนาในปัจจุบันนี้มันถูกหรือไม่"
และก่อนจะตั้งคำถามนี้ต้องลบอคติที่คิดว่าศาสนาเป็นของดีออกไปก่อน เอาความดี-ไม่ดีซึ่งเป็นการนิยามแบบ subjective ออกไปก่อน
ไม่ใช่มั้ง :)
เอาอคติที่คิดว่า "ศาสนาเป็นของดีโดยธรรมชาติ" ออกไปก่อน เราอาจจะเห็นความจริงมากกว่าจากมุมมองที่เราเห็นอยู่ตอนนี้
มันไม่ใช่ว่าผมมีอคติต่อต้านศาสนา แต่มันเป็นเพราะอคติที่คุณนับถือศาสนาทำให้คุณมองเห็นว่าศาสนาเป็นของดีและบริสุทธิ์ด้วยในฐานะของ Foundation of Morality การวิเคราะห์ใดๆ ที่ challenge ศาสนาในแง่นี จึงถือว่าผิดหมด
พอมีปัญหา clash กับศาสนาทีไร ทำไมเราต้องอ้างเลี่ยงไปตำหนิว่าเป็นความไม่เข้าใจศาสนาอย่างถ่องแท้และ individual aggression ด้วย
ถ้าหากว่าตัวศาสนาในสถานะสถาบันเองมี defect ของมันเองหละ? ถ้าเราแยกศาสนาออกจาก Morality landscape หละ? เหมือนอย่างที่ครั้งหนึ่งเราแยกศาสนาออกจากการอธิบายธรรมชาติ จะเกิดอะไรขึ้น?
ไม่ใช่ bias และ predisposition ที่เราวางไว้ในศาสนาเองหรือที่มันขัดกับหลักเหตุผลและความกระหายในความรู้อันเป็นพื้นฐานแห่งความเป็นมนุษย์?
การไปไล่จิกด่าพระบางรูป คนคลั่งศาสนาบางคน หรือไปตามติดจับคำผิดพระเซเล็บ มันไม่ช่วยแก้ปัญหาหรอก
คำถามที่แท้จริง คือ "สถานะของศาสนาในปัจจุบันนี้มันถูกหรือไม่"
และก่อนจะตั้งคำถามนี้ต้องลบอคติที่คิดว่าศาสนาเป็นของดีออกไปก่อน เอาความดี-ไม่ดีซึ่งเป็นการนิยามแบบ subjective ออกไปก่อน
18 March, 2012
สังคมแห่งเหตุผล สันติภาพที่แท้จริง
ผมไม่เคยเห็นครั้งไหนเลยที่การใช้เหตุผลนำมนุษย์ไปสู่ความรุนแรง หากการเสนอความคิดอันเป็นเหตุเป็นผลจะก่อให้เกิดการสะเทือนขึ้นในสังคม และมีความขัดแย้งตามมา นั่นไม่ใช่เพราะเหตุผลนำมาซึ่งความรุนแรง แต่เป็นเพราะความไร้เหตุผลที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นต่างหากที่บ่มเพาะความรุนแรงเอาไว้
มนุษย์พัฒนาระบบเหตุผลและจริยธรรมขึ้นมาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติภาพ เพื่อต่อต้านสัญชาตญาณดิบแห่งการแก่งแย่งแข่งขัน การแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากการถกเถียงและตกลงกันอย่างมีเหตุมีผล มีเพียงแต่การวางศรัทธาไว้ในระบบของเหตุผลเท่านั้น จึงจะทำให้สังคมมนุษย์ก้าวไปถึงสันติภาพอย่างแท้จริงและยั่งยืน
หากไม่มีการปรับตัว สังคมที่วางศรัทธาไว้ในตัวบุคคลหรือสถาบันใดสถาบันหนึ่งจึงเลี่ยงความรุนแรงไม่พ้นในที่สุด
มนุษย์พัฒนาระบบเหตุผลและจริยธรรมขึ้นมาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติภาพ เพื่อต่อต้านสัญชาตญาณดิบแห่งการแก่งแย่งแข่งขัน การแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากการถกเถียงและตกลงกันอย่างมีเหตุมีผล มีเพียงแต่การวางศรัทธาไว้ในระบบของเหตุผลเท่านั้น จึงจะทำให้สังคมมนุษย์ก้าวไปถึงสันติภาพอย่างแท้จริงและยั่งยืน
หากไม่มีการปรับตัว สังคมที่วางศรัทธาไว้ในตัวบุคคลหรือสถาบันใดสถาบันหนึ่งจึงเลี่ยงความรุนแรงไม่พ้นในที่สุด
Subscribe to:
Posts (Atom)